You are currently viewing รีวิวหนังเก่าสุดอมันกับ underwold

รีวิวหนังเก่าสุดอมันกับ underwold

โดยเรื่องราวพูดถึงแหล่งกำเนิดของแวมไพร์รวมทั้งมนุษย์หมาป่า(ไลเค่น) ความรัก ความแค้นรวมทั้งการต่อสู้เพื่อถือครองอำนาจ รวมทั้งจุดแข็งที่สุดก็คือการผสมข้ามสายพันธุ์เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองได้มีอำนาจสูงสุดเหนือคนอื่นๆ ที่สำคัญยังได้มีการบอกให้เห็นถึงวิวัฒนาการของเหล่าคนรอดชีวิตจากสมัยก่อนถึงตอนนี้ สำหรับในการสรรสร้างเทคโนโลยีเพื่อปกป้องรวมทั้งพรรคพวกเพื่อความเป็นอมตะ

“Blood Wars” ภาคต่อของ “Awakening” ที่คนไหนกันเห็นคะแนนรีวิวจากเหล่าเว็บชื่อดังแล้วอาจต้องการปาตั๋วที่จองไว้ทิ้งซะ แต่ประเดี๋ยวก่อน! จากมุมมองของนักเขียนเองที่ไม่ได้เป็นแฟนของหนังหัวข้อนี้กลับรู้สึกสนุกสนานและก็มันสะใจดีไม่น้อย เป็นหนังภาคต่อที่ไม่มีความจำเป็นที่ต้องทราบเรื่องราวก่อนหน้านี้ทั้งหมด 100% เนื่องมาจากเรื่องราวไม่ได้สลับซับซ้อนมากสักเท่าไรนักและก็เน้นฉากต่อสู้คุมโทนสีฟ้าๆเสมอต้นเสมอปลาย โปรยปรายลูกกระสุนปืนยับเยี่ยงข้าวสารเสก ฟันกันเลือดสาด ผ่ากรีด ล้วงเครื่องในกระทั่งถูกจัดอยู่ในหมวด “Horror” แต่ว่าที่ขัดใจผู้ชมจำนวนมากน่าจะเป็นเรื่องราวของ “ไมเคิล” แล้วก็ “อีฟ” ผัวรวมทั้งลูกของ “เซลีน” ภาคที่แล้วบทส่งมาให้สองผู้แสดงนี้มีพลังที่เด่นมากมายกระทั่งกระตุ้นให้เกิดเป็น Blood Wars หรือ “ศึกชิงเลือด” เนื่องจากผู้หวังอำนาจต่างอยากได้เลือดจากเหล่าพ่อแม่ลูกบ้านนี้กันทั้งหมดทั้งปวง แต่ว่าภาคนี้กลับแทบจะไม่เห็นแม้เงาของสองผู้แสดงนี้นอกเสียจากในรูปภาพความจำเพียงแค่นั้น ไปหาหนังดูได้เลยแบบฉบับเต็มได้ที่เว็บหนังออนไลน์

ทำให้ถูกเหล่าแวมไพร์ใส่ร้ายว่าเป็นผู้ทรยศแถมยังโดนเหล่า “ไลเค่น” ตามล่าเนื่องจากหัวหน้าสูงสุด “แมเรียส(Tobias Menzies)” อยากได้เลือดของ “อีฟ(India Eisley)” ก็เลยมีคำบัญชาให้จับมาเป็นๆ “เซลีน” เพื่อหวังจะให้บอกที่หลบซ่อนของลูก… ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ “เซลีน” จะบอกแน่ๆ ในเวลานี้มีเพียงแค่ “เดวิด(Theo James)” ลูกชายของ “โธมัส(Charles Dance)” ที่คุณเคยช่วยเหลือให้กลับมามีชีวิตอีกรอบนึงเป็นพวกเพียงผู้เดียว ทั้งคู่เดินทางไปยังสถานที่ในตำนานทางด้านเหนือ ดินแดนที่ความสงบสุขและก็เหน็บหนาวที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งเพื่อหลบภัยจากทั้งยังเหล่าแวมไพร์แล้วก็ไลเค่น สถานที่นี้เองทำให้ “เซลีน” เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมราวกับที่พวกเราเห็นตามภาพแบบอย่างหนังว่าสีผมแปรไปเนื่องจากว่าได้รับพลังใหม่เข้ามา แน่ๆว่าไม่ใช่แค่ “เซลีน” ที่มีพลังเยอะขึ้นเรื่อยๆ “แมเรียส” หัวหน้าไลเค่นคนใหม่ก็เช่นเดียวกัน การศึกที่ทุกคนมีแต่ว่าความแข็งแกร่งในภาคนี้จะจบอย่างไรแฟนๆหนังหัวข้อนี้คงจะไม่ต้องลุ้นอะไรมากมายเหตุเพราะภาคนี้ก็เป็นเนื้อเรื่องที่ปูเผื่อไว้สำหรับภาคต่อไปที่(น่าจะ)เข้มข้นขึ้นนั่นเอง

อย่างที่บอกไปว่าตัวเรื่องราวของภาคนี้มิได้เดินไปไกลนักแม้กระนั้นมีตัวละครที่โดดเด่นชัดขึ้นว่าน่าจะมีหน้าที่สำคัญในภาคต่อไป เห็นจะเป็น “อีฟ(India Eisley)“, “เดวิด(Theo James)“, “วาร์ก้า(Bradley James)” และก็ “เลน่า(Clementine Nicholson)” สมาชิกจากฝั่งแวมไพร์ที่มองมีความรู้และมีความเข้าใจมากยิ่งกว่าใคร นอกจากนักแสดงที่โดดเด่นขึ้นมาแล้ว ยังมีหลายนักแสดงที่จะจากพวกเราไปในภาคนี้อีกด้วย เรื่องราวร่ายมาแบบไม่มีเบื่อด้วยเหตุว่ามิได้มีบทสนทนามากเท่าไรนักแต่รู้เรื่องได้ง่าย กระชับรวดเร็ว ตกลงว่าสำหรับแฟนหนังแฟรนไชส์เรื่องนี้น่าจะให้ซัก 6.5/10 เพราะเหตุว่าบางฉากมันก็น่าขัดใจซะอย่างยิ่งราวกับต้องการจะตัดๆให้จบไปซะอย่างงั้น แต่ถ้าเกิดเข้าไปมองแบบไม่หวังอะไรมากมายเนื่องด้วยไม่ใช่แฟนหนังเรื่องนี้แบบนักเขียนก็ขอให้ 8/10 ในเรื่องของจังหวะการต่อสู้ ความระทึกใจ รวมทั้งแสงสีเสียงที่มาเต็ม เพราะว่าถือเป็นหนังแอคชั่นที่บู๊กันตลอดทั้งเรื่องเกือบจะไม่เว้นให้หายใจอย่างยิ่งจริงๆ